ค่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลกระทบต่อการส่งออก

รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยระบุ การแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการส่งออกของไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2562 ส่งผลให้เกิดความเสียหายสูงถึง 200,000 ล้านบาท

คาดการณ์ว่า หากค่าเงินบาทยังคงแข็งแกร่งจนถึงสิ้นปีขาดทุนจะเพิ่มขึ้นเป็น 500,000 ล้านบาท สิ่งนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และกำลังซื้อของท้องถิ่นโดยธุรกิจส่งออกส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะลดโบนัสพนักงาน ในปี 2561 อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยอยู่ที่ 32.48 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่ตอนนี้เงินบาทกำลังซื้ออยู่ระหว่าง 30.5 ถึง 30.6 บาท ซึ่งหมายความว่าผู้ส่งออกจะสูญเสียเฉลี่ย 2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 6% การส่งออกที่มีมูลค่า 8.15 ล้านล้านบาทในปี 2561 นั้นมีมูลค่าเพียง 7.65 ล้านล้านบาทที่อัตราแลกเปลี่ยน 30.5 บาท ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นหากยังคงดำเนินต่อไจะสามารถสูญเสียได้ถึง 500,000 ล้านบาทจากอัตราแลกเปลี่ยนเพียงอย่างเดียว ufa

ค่าเงินบาทที่แข็งค่าไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตลาดส่งออก แต่ยังส่งผลกระทบต่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศโดยนักลงทุนต่างชาติต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น ตัวอย่างเช่นชาวต่างชาติที่ซื้อห้องชุดราคา 10 ล้านบาทในปีที่แล้วจะจ่ายเงินประมาณ 307,881 ดอลลาร์สหรัฐ ในปีนี้ที่อยู่อาศัยราคาเดียวกันจะเสียค่าใช้จ่าย 327,439 เหรียญสหรัฐฯ เราเห็นจำนวนผู้ซื้อต่างประเทศลดลงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นผลมาจากการแข็งค่าของเงินบาทและเศรษฐกิจโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์กล่าวกับโอภาสศรีพยัคฆ์ผู้บริหารระดับสูงและกรรมการผู้จัดการของเดอะเนชั่น ufa จีนและยุโรปกำลังซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ แต่ส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อไว้เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน

ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าในปี 2561 นักลงทุนต่างชาติซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทยมูลค่า 92 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 29.57% จากปี 2560 ซึ่งบันทึกการลงทุนในคอนโดมิเนียมจำนวน 71,000 ล้านบาท ประเทศอันดับต้นๆ ที่ซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย ได้แก่ ฮ่องกงจีนสิงคโปร์ไต้หวันญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ufa อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ยังคงรักษาเป้าหมายการเติบโตของการส่งออกไว้ที่ร้อยละ 3 ในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว